การดูแลทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพ | ในการใช้งานกล้องถ่ายภาพแต่ละครั้ง สิ่งที่กล้องถ่ายภาพต้องเจอคือ ฝุ่น คราบละอองน้ำ การขีดช่วนหรือรอยนิ้วมือ ที่จะให้กล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณดูเหมือนกล้องที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เหมือนกลับมาจากการถ่ายภาพสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเก็บกล้องของคุณเข้าตู้ คือการทำความสะอาดตัวกล้องตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้กล้องของคุณดูสะอาด มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ตราบที่คุณยังต้องการให้เป็นกล้องคู่ใจของคุณ แต่โดยปกติตัวกล้องถ่ายภาพเองจะมีส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อน และต้องการการดูแลที่แตกต่างกันตามวัสดุที่ผลิต และการทำงาน การทำความสะอาดที่ผิดวิธีจึงอาจเป็นการทำร้ายกล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณเอง เช่น พื้นผิวของตัวกล้องที่เป็นพลาสติก หรือยางไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช็คทำความสะอาด หรือบริเวณหน้าที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลองมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้กล้องถ่ายภาพของคุณดูใหม่ตลอดเวลา |
สติกเกอร์ป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง โดยทั่วไปกล้องหลาย ๆ รุ่น เมื่อซื้อมาตัวกล้องมักจะมีสติกเกอร์ต่าง ๆ ติดมาที่ตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์สำหรับโฆษณาฟังก์ชั่นต่าง ๆ หรือสติกเกอร์สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของตัวกล้องก่อนออกจากโรงงาน ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะปล่อยทิ้งไว้บนตัวกล้อง เพื่อความสวยงาน หรือเข้าใจว่าเป็นการป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง แต่ความเป็นจริงสติกเกอร์เหล่านั้นมักจะป้องกันพื้นผิวของตัวกล้องได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากการใช้งาน หรือความชื้นของการจับถือ และเนื่องจากการติดสติกเกอร์เหล่านี้จะไม่ได้ทำทั้งตัวกล้อง ทำให้เมื่อสติกเกอร์เหล่านี้หลุดลอกออกมา กล้องของคุณจะกลายสภาพสีเป็นกล้องทูโทนในทันที ทางเลือกที่ดีคือควรแกะสติกเกอร์เหล่านั้นออกเหมือนคุณได้กล้องถ่ายภาพมา หากต้องการถนอมพื้นผิวของตัวกล้อง คุณสามารถซื้อสติกเกอร์ใสที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบ มาตัดและติดให้ทั่วทั้งตัวกล้องของคุณ โดยเว้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว หรือปุ่มต่าง ๆ จุดที่ควรจะติดสติกเกอร์ใสเพื่อป้องกันอีกจุดหนึ่งคือบริเวณที่พิมพ์หมายเลขระบุตัวกล้อง เนื่องจากกล้องหลายรุ่นจะใช้วิธีการพิมพ์ตัวเลขลงบนแผ่นสติกเกอร์ พรือตัวกล้อง แทนที่จะใช้วิธีการตอก หรือยิงเลเซอร์ที่ให้ความคงทนมากกว่า เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพไปนาน ๆ ตัวเลขเหล่านี้อาจจะลอกสูญหายไปได้ ซึ่งจะทำให้การนำกล้องถ่ายภาพของคุณเข้าศูนย์มีความยุ่งยากขึ้นมาได้ เนื่องจากไม่สามารถยืนยันตัวกล้องว่าตรงกับใบรับประกัน
ทำความสะอาดตัวกล้อง และพื้นผิว การทำความสะอาดพื้นผิว และตัวกล้องสามารถทำได้โดยการใช้แปรงทำความสะอาดปัดไปตามซอกมุมต่าง ๆ ของตัวกล้อง ใช้ลูกยางเป่าลมเป่าไล่ตามจุดต่าง ๆ จากนั้นใช้ผ้านุ่น ๆ ซึ่งอาจเป็นผ้า Cotton หรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดด้วยการขัดถูเบา ๆ หากมีคราบมัน หรือคราบรอยเปื้อนบนตัวกล้อง สามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 40% ต่อน้ำสะอาด 60% เช็ดเบา ๆ เพื่อเช็ดคราบต่าง ๆ รวมถึงรอยคราบกาว หรือสติกเกอร์ที่ติดอยู่ หากใช้สเปรย์กระป๋องอัดอากาศในการเป่าทำความสะอาด ไม่ควรจ่อปลายท่อใกล้กับตัวกล้องเกินไป รักษาระยะหากจากปลายท่อถึงตัวกล้องประมาณ 4-5 นิ้ว ไม่ควรเป่าไปที่ชิ้นส่วนที่เป็นกระจกหรือเลนส์ในระยะใกล้ เนื่องจากแรงลมอาจทำให้ชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนเสียหายรวมถึงอากาศที่ออกมาจากกระป๋องจะมีความเย็นเนื่องจากแรงดัน อาจทำให้เกิดฝ้า และความชื้นเข้าไปในตัวกล้อง
| | การทำความสะอาดเลนส์ ตัวเลนส์ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้กล้องถ่ายภาพทุกคนระมัดระวังมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ในตลาดจึงมีสารพัดอุปกรณ์ตั้งแต่เป็นของแถม ชุดทำความสะอาดราคาไม่กี่บาท จนถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด หรือน้ำยาราคาแพงสำหรับทำความสะอาดหน้าเลนส์ อุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าเลนส์อย่างแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึงคือ ผ้าหรือกระดาษเช็ดเลนส์ และมักมีคำถามว่าใช้อะไรดีกว่ากันในการทำความสะอาด ผ้าเช็ดเลนส์จะมีข้อดีที่อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และสามารถทำความสะอาดคราบมัน หรือคราบรอยนิ้วมือได้ดีกว่า ในขณะที่กระดาษจะไม่มีการเก็บสะสมฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเหมือนผ้าเนื่องจากเป็นการใช้แล้วทิ้ง แต่ควรระวังเรื่องคุณภาพของกระดาษเช็ดเลนส์ เพราะเส้นใยของกระดาษเองสามารถที่จะกัดกร่อนสารเคลือบผิวเลนส์ หรือตัวเลนส์ได้เหมือนกัน ก่อนการเช็ดทำความสะอาดหน้าเลนส์ควรใช้ลูกยางเป่าลม หรือแปรงสำหรับทำความสะอาดเลนส์ เป่าหรือปัดที่หน้าเลนส์ให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกชิ้นใหญ่ ๆ หลุดออกไปก่อนที่จะทำการเช็ดเลนส์ เพื่อป้องกันฝุ่นเหล่านี้ไปขูดที่หน้าเลนส์ขณะเช็ดทำความสะอาด น้ำยาเช็ดเลนส์เป็นสิ่งที่มักนิยมใช้ควบคู่กับการเช็ดทำความสะอาดเลนส์ ตัวน้ำยาทำความสะอาดที่วางจำหน่ายก็มีหลากหลายยี่ห้อ และราคา การเลือกซื้อน้ำยาควรพิจารณาส่วนผสม และคุณสมบัติของน้ำยามากกว่าราคา น้ำยาที่มีคุณภาพต่ำมักจะทิ้งคราบบนตัวเลนส์ หรือมักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจลองตรวจสอบได้จากการดมกลิ่น ปริมาณแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่ไม่มากไปนักจะช่วยให้น้ำยาระเหยเร็วขึ้น ลดการทิ้งคราบน้ำยาบนชิ้นเลนส์ แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปก็อาจจะกัดกร่อนทำอันตรายกับสารเคลือบผิวเลนส์ หรือชิ้นเลนส์ได้
| |
การทำความสะอาดหน้าเลนส์ของกล้องคอมแพคอาจทำได้ลำบากกว่าหน้าเลนส์ของกล้อง SLR เนื่องจากขนาดของเลนส์ที่เล็กกว่า ตัวเลนส์สามารถยืดหดได้ และมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะเปราะบาง รวมถึงในหลาย ๆ รุ่นจะมีแผ่นปิดหน้าเลนส์เลื่อนมาปิดขณะปิดหน้ากล้อง ซึ่งเป็นข้อดีในการป้องกันหน้าเลนส์ แต่ก็เป็นอุปสรรคในการทำความสะอาดหน้าเลนส์เช่นกัน เนื่องจากต้องเปิดให้ตัวกล้องทำงานขณะทำความสะอาดชิ้นเลนส์ ในขณะที่กล้องทำงานชิ้นเลนส์ต่าง ๆ ภายในเลนส์จะจัดในตำแหน่งที่ได้ออกแบบไว้โดยมีชุดเกียร์เล็ก ๆ ภายในเป็นตัวขับชิ้นเลนส์ให้เข้าระยะโฟกัส หรือซูมเข้าออก การทำความสะอาดหน้าเลนส์ขณะที่กล้องกำลังทำงานจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้ชิ้นเลนส์ หรือเกียร์เหล่านี้ผิดตำแหน่งไปจากเดิม การลงน้ำหนักในการเช็ดควรทำอย่างเบามือและระมัดระวัง เทคนิคหนึ่งสำหรับกล้องที่จำเป็นต้องเปิดกล้องขณะทำความสะอาดคือ เมื่อเลนส์ยืดออกมาในตำแหน่งพร้อมทำงาน ให้นำแบตเตอรี่ของตัวกล้องออกโดยยังไม่ต้องปิดกล้อง ซึ่งจะทำให้เลนส์ค้างอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีแผ่นกันหน้าเลนส์มาปิด เนื่องจากการทำความสะอาดในบางครั้งอาจใช้เวลาพอสมควร ซึ่งตัวกล้องอาจปิดตัวเองโดยอัตโนมัติและดึงเลนส์กลับเข้าไปในตัวกล้อง สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอขณะทำการเช็ดหน้าเลนส์คือ ชิ้นเลนส์เป็นชิ้นส่วนที่เปราะบ้างมาก ๆ และสามารถแตก หรือเป็นรอยได้ โดยเฉพาะกับเลนส์กล้องดิจิตอลคอมแพค อย่าเช็ดหรือขัดหน้าเลนส์แรงเกินไป และการกดน้ำหนักที่ส่วนหนึ่งส่วนใด เช่น ด้านข้างของเลนส์ อาจทำความเสียหายกับเลนส์ได้ การเช็คเลนส์ควรทำจากตรงกลางชิ้นเลนส์ วนออกไปเป็นลายก้นหอย ควรเช็ดไปในทิศทางเดียวกัน และเปลี่ยนส่วนที่ใช้เช็ดของผ้าเช็ดเลนส์ หรือเปลี่ยนกระดาษเช็ดเลนส์ใหม่บ่อย ๆ ในส่วนที่ไม่สามารถเช็ดได้ด้วยมือสามารถใช้คอทตอนบัทคุณภาพดี ๆ เช็ดแทนได้ โดยใช้ด้านข้างทำมุมในการเช็ด และหลีกเลี่ยงการเช็ดด้วยปลายด้ามซึ่งอาจทำอันตรายต่อชิ้นเลนส์ หลังจากเช็ดทำความสะอาดแล้วควรใช้ลูกยางเป่าลมเป่าอีกครั้ง เพื่อให้ฝุ่นต่าง ๆ ที่หลงเหลืออยู่หลุดออกไปจากชิ้นเลนส์ ทำความสะอาดช่องมองภาพ ช่องมองภาพเป็นส่วนที่ใกล้ตามากที่สุดเมือทำการถ่ายภาพ ฝุ่นชิ้นเล็ก ๆ หรือคราบที่อยู่บนกระจกของช่องมองภาพจึงอาจทำให้รู้สึกรำคาญ ระคายเคือง ทำให้คุณภาพในการมองภาพลดลง หรือเกิดภาพเบลอ การทำความสะอาดช่องมองภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กับการทำความสะอาดหน้าเลนส์ กล้องหลาย ๆ รุ่นอาจยากที่จะทำความสะอาดช่องมองภาพ โดยเฉพาะกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคเนื่องจากขนาดของช่องมองภาพที่ค่อนข้างเล็ก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การทำความสะอาดช่องมองภาพมีความยากลำบากคือ โดยปกติกระจกช่องมองภาพจะอยู่ลึกลงไปในตัวกล้อง หรือมีขอบยางรองช่องมองภาพขั้นอยู่ หากเป็นกล้องที่นสามารถถอดยางรองช่องมองภาพออกได้ การถอดยางรองนี้ออกก็ทำความสะอาดช่องมองภาพก็จะช่วยให้ขั้นตอนการทำความสะอาดง่ายขึ้นมาพอสมควร การทำความสะอาดกระจกช่องมองภาพสามารถทำได้โดยการใช้น้ำยาสำหรับเช็ดทำความสะอาดเลนส์ หรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำในอัตราส่วน 50:50 ก็ได้ ในการเช็ดควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เช่นเดียวกับการเช็ดหน้าเลนส์ เนื่องจากกระจกช่องมองภาพเป็นส่วนที่มีความละเอียดอ่อนไม่แพ้ชิ้นเลนส์เลย การทำให้กระจกช่องมองภาพเป็นรอยเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ทำการมองผ่านช่องมองภาพเพื่อถ่ายภาพ ในการเช็ดไม่ควรใช้น้ำยาที่มากเกินไป เนื่องจากขนาดพื้นที่ ที่ไม่ใหญ่มากของช่องมองภาพ การใช้น้ำยาเช็ดมากเกินไปอาจทำให้น้ำยาส่วนเกินไหลซึมเข้าไปในตัวกล้อง หลังจากเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยควรใช้ผ้าเช็ดเลนส์ หรือคอทตอนบัทเช็ดให้แห้งทันที และเป่าด้วยลูกยางเป่าลม
| ยางรองช่องมองภาพ และชิ้นส่วนที่เป็นยาง กล้องถ่ายภาพส่วนมากจะมีชิ้นส่วนที่เป็นยางอยู่หลายชิ้น เช่น บริเวณกริปของตัวกล้อง ยางรองช่องมองภาพ การทำความสะอาดชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถทได้โดยใช้คอทตอนบัทชุบทินเนอร์ แล้วบีบให้แห้งหมาด ๆ จากนั้นเช็ดบนชิ้นส่วนที่เป็นยางเบา ๆ ให้ทั่ว ควรระวังอย่าใช้ทินเนอร์มากเกินไป และการเปื้อนไปโดนชิ้นส่วนอื่นข้างเคียง ซึ่งจะให้ลายที่พิมพ์บนตัวกล้อง หรือพื้นผิวเสียหายจากแอลกอฮอล์ จากนั้นเป่าให้แห้งด้วยลูกยางเป่าลม |
LCD screen และหน้าจอแสดงภาพ ชิ้นส่วนเดียวของกล้องถ่ายภาพดิจิตอลที่ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในกล้องรุ่นใหม่ ในขณะที่ชิ้นส่วนอื่น ๆ พยามทำให้มีขนาดเล็กลงคือ หน้าจอแสดงภาพ ยิ่งหน้าจอมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งต้องการ การดูแลทำความสะอาด และการระมัดระวังที่มากขึ้น โดยเฉพาะกับกล้อง D-SLR เนื่องจากเวลาถ่ายภาพจำเป็นตัวเอาตัวกล้องมาแนบกับหน้า เพื่อที่จะมองผ่านช่องมองภาพ ทำให้ตัวกล้องจะสัมผัสกับความมันบนใบหน้า หรือเหงื่อ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหน้าจอคงเป็นการใช้สติกเกอร์ใสชนิดพิเศษ หรือที่เรียกว่า Screen Protector ปิดทั้งหน้าจอเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน และง่ายต่อการทำความสะอาด หากหน้าจอแสดงผลติดสติกเกอร์ป้องกันไว้ การทำความสะอาดก็เพียงแต่ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบมันออก แต่หากหน้าจอแสดงผลไม่ได้มีสติกเกอร์ป้องกัน การทำความสะอาดจะแตกต่างไปตามลักษณะของหน้าจอ โดยทั่วไปหน้าจอแสดงผลของกล้องดิจิตอลจะมาในสองรูปแบบ คือ หน้าจอแสดงผลที่มีกระจก หรือพลาสติกใสปิดไว้ด้านหน้า ซึ่งทำให้ไม่สามารถสัมพัสหน้าจอโดยตรงได้ กับหน้าจอแสดงผลที่ไม่มีกระจก หรือพลาสติกใสปิดไว้เลย การเช็ดทำความสะอาดหน้าจอแสดงผลโดยตรงต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากหน้าจอแสดงผลเหล่านี้สามารถแตกได้หากได้รับแรงกดที่รุนแรง การทำความสะอาดหน้าจอแสดงผลจะใช้วิธีการทำความสะอาดเดียวกับการทำความสะอาดเลนส์ ด้วยการเช็ดเพียงเบา ๆ หรืออาจใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำ 50:50 แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หมาด ๆ เช็ด แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้งทันที ช่องใส่ Memory card ช่องใส่ Memory card เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ฝุ่นสามารถเข้าไปอยู่ในตัวกล้อง การทำความสะอาดช่องใส่ Memory card สามารถทำได้โดยการใช้ลูกยางเป่าลม เป่าไล่ฝุ่นตามซอกต่าง ๆ หรือใช้สเปรย์อัดอากาศเป่า แต่การใช้สเปรย์ทำความสะอาด สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ควรสอดปลายท่อเข้าไปในช่องใส่ Memory card และอย่าเป่าใกล้เกินไปนัก เนื่องจากความเย็นของอากาศจากสเปรย์จะทำให้เกิดความชื้นในตัวกล้องถ่ายภาพ จากนั้นใช้แปรงปัดตามซอกอีกครั้ง ช่องใส่แบตเตอรี่ ช่องใส่แบตเตอรี่จะมีคอนเทค หรือขั้วสำหรับต่อกับแบตเตอรี่ ซึ่งเมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะมีคราบขาว ๆ มาเกาะ ทำให้ความสามารถในการนำไฟจากแบตเตอรี่ไปจ่ายให้กับตัวกล้องลดลง การทำความสะอาดขั้วเหล่านี้สามารถทำได้โดยการใช้ยางลบปลายดินสอถูเบา ๆ ที่หน้าสัมผัสของขั้วในตัวกล้อง และหน้าสัมผัสที่ขั้วของแบตเตอรี่ จากนั้นเป่าด้วยลูกยางเป่าลม และใช้แปรงปัดตามซอกต่าง ๆ เพื่อไล่ฝุ่น และเศษของยางลบที่อาจตกค้างอยู่
| การทำความสะอาด CCD ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยของกล้อง D-SLR คือ การที่มีฝุ่นตกลงไปอยู่บนตัว CCD หรือเซ็นเซอร์รับภาพ ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาจะมีจุดสีดำอยู่บนภาพ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพพื้นที่ ๆ มีความสว่าง เช่น ท้องฟ้า หรือวัตถุสีอ่อน ถึงแม้ผู้ผลิตกล้องจะพยามใส่ระบบป้องกันฝุ่นเข้ามาในกล้องรุ่นใหม่ ๆ แต่ปัญหานี้ก็ดูเหมือนจะยังไม่ยอมหมดไป หากเป็นกล้อง D-SLR ที่มีระบบกำจัดฝุ่น การทำความสะอาดสามารถทำได้โดยการสั่งให้ระบบนี้ทำงาน แต่ถ้ากล้องถ่ายภาพของคุณไม่มีระบบนี้ หรือยังมีฝุ่นตกค้างอยู่ กล้อง D-SLR เกือบทุกตัวจะมีคำสั่งสำหรับยกกระจกสะท้อนภาพในตัวกล้องค้างไว้ เพื่อที่จะเป่าทำความสะอาด การเป่าโดยใช้ลูกยางเป่าลมควรทำอย่างระมัดระวัง และรักษาระยะหากพอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงปลายลูกยางเป่าลมไปขีดข่วนบนตัว CCD ควรเป่าในที่ ๆ มีฝุ่นน้อย เช่นในห้อง หรือในสถานที่ปิด หลีกเลี่ยงการสัมผัสถูกตัว CCD หรือเซ็นเซอร์รับภาพในทุกกรณี และหากยังมีฝุ่นตกค้างอยู่ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือนำกล้องถ่ายภาพของคุณไปให้ศูนย์บริการทำความสะอาดให้
|
การทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพดูเหมือนเป็นเรื่องที่เสียเวลาไม่น้อย แต่สำหรับหลาย ๆ คนการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งหลังจากที่ได้ใช้มันร่วมไปในการเดินทางท่องเที่ยว และเก็บภาพประทับใจของคุณ หากไม่แน่ใจในการทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวกล้อง ทางเลือกที่ดีอีกอย่างคือการนำกล้องถ่ายภาพไปให้ศูนย์บริการ หรือร้านที่รับทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพ ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่า และมันใจได้ว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพจะได้รับการดูแลทำความสะอาดอย่างดี ข้อสำคัญของการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพคือ ทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง และใจเย็น เพราะสิ่งที่คุณทำจะมีผลโดยตรงกับกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณ ครั้งต่อไปหลังจากไปเที่ยว ก่อนเก็บกล้องเข้าตู้ ลองใช้เวลาซักนิดในการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณ แล้วคุณจะพบว่าทุกครั้งที่คุณนำกล้องออกไปถ่ายภาพ อุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณจะใสสะอาด และทำให้คุณมีความสุขกับการถ่ายภาพประทับใจของคุณอยู่เสมอ
|
|